← บริการที่ปรึกษาทั้งหมด

บริการ CFP

รับทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) และขอฉลากคาร์บอนกับ อบก.

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากสินค้าหนึ่งชิ้นหรือบริการหนึ่งหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่ได้วัตถุดิบจนถึงจัดการซากหลังใช้งาน การทำ CFP ต้องประเมินตามข้อกำหนดของ อบก. (TGO) ให้ผู้ทวนสอบที่ขึ้นทะเบียนตรวจ แล้วยื่นขอฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซิมเปิ้ลรีไซเคิลดูแลให้ตั้งแต่เก็บข้อมูลจนได้ใบรับรอง

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) คืออะไร

CFP คือค่าที่บอกว่าสินค้าหรือบริการหนึ่งหน่วยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร คำนวณด้วยหลักการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) แล้วรายงานเป็นหน่วยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

การประเมินครอบคลุม 5 ช่วงของวัฏจักรชีวิต:

  • การได้มาซึ่งวัตถุดิบ (Raw Material Acquisition)
  • การผลิต (Manufacturing)
  • การขนส่งและการกระจายสินค้า (Distribution)
  • การใช้งาน (Use Phase)
  • การจัดการซากหลังหมดอายุการใช้งาน (End-of-Life)

ใครควรทำ CFP

  • ผู้ส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในมาตรการ CBAM เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ปุ๋ย และซีเมนต์
  • ผู้ผลิตที่เป็นคู่ค้าของบริษัทข้ามชาติ ซึ่งใช้ข้อมูล CFP คัดเลือกผู้ส่งมอบ
  • แบรนด์ที่ต้องการติดฉลากคาร์บอนบนสินค้าเพื่อการตลาดสีเขียว
  • ผู้ผลิตที่อยากรู้ว่าวัตถุดิบหรือขั้นตอนไหนปล่อยคาร์บอนมากที่สุด เพื่อลดต้นทุนและการปล่อย

5 ขั้นตอนขอฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์

  1. 1

    ประเมินและคำนวณ CFP

    จัดทำโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Bill of Materials) เก็บข้อมูลวัตถุดิบและพลังงานตลอดวัฏจักรชีวิต แล้วคำนวณตามข้อกำหนดของ อบก. โดยผู้เชี่ยวชาญภายในหรือที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียน

  2. 2

    ทวนสอบโดยผู้ประเมินภายนอก

    ผู้ทวนสอบ (Verifier) ที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. ตรวจเอกสารคำนวณ ลงพื้นที่ตรวจหน้างาน และออกรายงานการทวนสอบ

  3. 3

    ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ อบก.

    ส่งรายงานการประเมิน CFP รายงานการทวนสอบ และเอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัทและฉลากสินค้า

  4. 4

    อบก. พิจารณาอนุมัติ

    เจ้าหน้าที่ตรวจความครบถ้วนของเอกสาร แล้วเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติการใช้เครื่องหมาย

  5. 5

    รับใบรับรองและสิทธิ์ใช้ฉลาก

    ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรอง CFP และใช้เครื่องหมายบนสินค้าได้ การรับรองมีอายุ 3 ปี

+ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • รายการวัตถุดิบและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ (Bill of Materials)
  • ปริมาณพลังงาน เชื้อเพลิง และน้ำที่ใช้ในการผลิตต่อหน่วยสินค้า
  • ข้อมูลการขนส่งวัตถุดิบและสินค้า (ระยะทาง ประเภทรถ)
  • ปริมาณของเสียจากการผลิตและวิธีจัดการ
  • หนังสือรับรองบริษัทและตัวอย่างฉลากสินค้า

ทำไมต้องซิมเปิ้ลรีไซเคิล

รู้จริงเรื่องช่วงท้ายวัฏจักรชีวิต

เราทำงานรับซื้อและรีไซเคิลวัสดุเอง จึงมีข้อมูลจริงของการจัดการซากและของเสีย ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ผลิตมักขาดข้อมูล

ดูแลครบจนได้ฉลาก

ตั้งแต่เก็บข้อมูล คำนวณ ประสานผู้ทวนสอบ จนยื่นเอกสารกับ อบก.

ต่อยอดสู่การลดคาร์บอน

ผลการประเมินชี้จุดที่ปล่อยมากที่สุด เราช่วยวางแผนลด เช่น เปลี่ยนวัตถุดิบเป็นวัสดุรีไซเคิล

ให้บริการทั่วประเทศ

สำนักงานใหญ่ยโสธรและสาขาวารินชำราบ อุบลราชธานี ดูแลภาคอีสาน และให้บริการประเมินคาร์บอนทั่วประเทศรวมถึงกรุงเทพฯ

ผลงานที่ผ่านมา

ดูผลงานทั้งหมด →

ค่าใช้จ่าย

ค่าบริการขึ้นกับจำนวนผลิตภัณฑ์ ความซับซ้อนของวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิต และความพร้อมของข้อมูล ติดต่อเราเพื่อประเมินขอบเขตงานและรับใบเสนอราคาฟรี

คำถามที่พบบ่อย

+CFP กับ CFO ต่างกันอย่างไร

CFP วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าหนึ่งหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิต ส่วน CFO วัดการปล่อยทั้งหมดขององค์กรในหนึ่งปี ธุรกิจส่งออกมักต้องใช้ CFP ส่วนการรายงาน ESG ขององค์กรใช้ CFO

+ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มีอายุกี่ปี

เครื่องหมาย CFP มีอายุการรับรอง 3 ปี ถ้าวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิตเปลี่ยนแปลงเกิน 5% ต้องประเมินและขอรับรองใหม่

+ทำ CFP เองได้ไหม หรือต้องจ้างที่ปรึกษา

ทำเองได้ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญภายในที่เข้าใจข้อกำหนดของ อบก. แต่ส่วนใหญ่เลือกจ้างที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียน เพื่อให้คำนวณถูกตามหลักการของประเทศไทยและผ่านการทวนสอบในรอบเดียว

+ผู้ทวนสอบต้องเป็นใคร

ต้องเป็นผู้ทวนสอบภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตขึ้นทะเบียนกับ อบก. เท่านั้น

+CFP ช่วยเรื่อง CBAM อย่างไร

CBAM กำหนดให้สินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ส่งเข้าสหภาพยุโรปต้องแสดงข้อมูลการปล่อยคาร์บอน การประเมิน CFP ทำให้มีข้อมูลการปล่อยต่อหน่วยสินค้าพร้อมใช้

อ่านเพิ่มเติม